หน้าหลัก > พิพิธภัณฑ์ > ด้วงหนวดยาวพิกุล (Pachyteria dimidiata)

ด้วงหนวดยาวพิกุล (Pachyteria dimidiata)

Post: 23/10/2557 - By: arwut

ด้วงหนวดยาวพิกุล
ชื่อสามัญ                  Mimusop stem borer
ชื่อวิทยาศาสตร์         Pachyteria dimidiata Westwood, 1848
วงศ์                          Cerambycidae
อันดับ                       Coleoptera
ชั้น                           Insecta
ไฟลัม                      Arthropoda

 

ลักษณะ
     ตัวเต็มวัยมีความยาวประมาณ 3 – 3.5 เซนติเมตร ลำตัวสีดำ     ที่ส่วนปีกเวลาหุบปีกจะเห็นแถบสีเหลืองพาดใน    แนวขวางปีก 1 แถบ ขอบด้านบนโค้งขึ้นลงเล็กน้อย ขอบด้านล่างเป็นเส้นตรง หนวดมี 2 สี หนวดตอนต้นมีสีดำ       หนวดตอนปลายมีสีเหลือง
     ตัวหนอน หัวโต ลำตัวสีค่อนข้างเหลือง

 

พืชอาหาร
     พิกุล มะม่วงป่า ข่อย ราชาวดี

 

ศัตรูธรรมชาติ
     ยังไม่พบรายงาน


วงจรชีวิต
           หลังการผสมพันธุ์ ตัวเมียวางไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ ตามเปลือกของต้นพิกุล ไข่จะฟักภายใน 7-10 วัน ตัวหนอนจะเจาะเข้าไปในเปลือกแล้วอาศัยอยู่ระยะหนึ่งจนกรามแข็งแรงมากพอจึงเจาะเข้าสู่ลำต้น กัดกินเนื้อไม้เป็นอาหารและอาศัยอยู่ในลำต้นประมาณ 20 วันจึงออกเป็นตัวเต็มวัย

 

อุปนิสัย
           ตัวหนอนเจาะไชในกิ่งไม้อย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้เนื้อไม้พรุนไปหมด ส่วนใหญ่ตัวหนอนจะเจาะกิ่งที่มีขนาด  เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 3 ซม.ขึ้นไป การเจาะทำลายของตัวหนอนมักเริ่มในฤดูฝน ต้นพิกุลที่ถูกทำลายมีอาการเริ่มจากใบเหลืองจนเหี่ยวแห้งไปในที่สุด ตัวหนอนจะเจาะอยู่ภายในทั้งกิ่งและลำต้น ถ้าเจาะที่กิ่งจะตายเฉพาะกิ่งนั้น ถ้าเจาะที่โคนต้นจะตายทั้งต้น การสังเกตการทำลายใหม่ค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีแผลให้เห็น จะมีแต่เพียงรูเล็ก ๆ ที่ตัวหนอนเจาะไว้เพื่อดันผงหรือเศษไม้ที่กัดไว้ให้หล่นมากองอยู่โคนต้น จึงต้องสังเกตจากเศษไม้ที่เป็นผงคล้ายขี้เลื่อยสีน้ำตาลและสีขาวที่กองอยู่ตามพื้นดินใต้โคนต้นนั่นเอง ตัวหนอนจะเจาะไชในกิ่งไม้อย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้เนื้อไม้พรุนไปหมด ต้นไม้ตายเนื่องจากส่วนเยื่อเจริญ (Cambium) ถูกกัดแทะไป ตรงส่วนนั้นจึงเหลือแต่เปลือกบาง ๆ ถ้าใช้มือแกะจะหลุดเป็นสะเก็ดหรือเป็นแผ่น ๆ ถ้าส่วนเยื่อเจริญถูกกินไปมาก เปลือกลำต้นจะแตกระแหงและล่อนออก ลักษณะเช่นนี้พบในต้นที่ถูกทำลายรุนแรงหรือที่ตายแล้ว ส่วนใหญ่ตัวหนอนจะเจาะกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 3 ซม.ขึ้นไป           กิ่งหนึ่ง ๆ มีตัวหนอนได้หลายตัว อาจพบตัวหนอนอยู่ภายในกิ่งไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 ซม.ความยาว 1 ฟุตถึง 5 ตัว

การป้องกันกำจัด
           การพ่นสารเคมีตามกิ่งและลำต้นทั่วไปแบบเดาสุ่มเพื่อการป้องกันนั้น   ไม่แนะนำให้ปฏิบัติ เพราะตัวด้วงไม่วางไข่บนต้นพิกุลทุกต้น การเกิดการทำลายนั้นไม่แน่นอน เป็นแบบกระจัดกระจาย การดูแลรักษาต้นพิกุลจึงต้องเป็นการหมั่นตรวจหาขุยไม้คล้ายขี้เลื่อยที่ตัวหนอนกัดแทะแล้วดันออกมาหล่นตามโคนต้น เมื่อพบแล้วให้ตรวจหารูที่ขุยไม้หล่น    แล้วใช้เข็มฉีดยาฉีดไส้เดือนฝอย (Nematodik 22) เข้าไปในรูแล้วอุดด้วยดินเหนียว ต้นหนึ่ง ๆ มีได้หลายรูและมีหนอน ได้หลายตัวจึงควรฉีดทุกรู ถ้าพบอาการใบเหลืองของกิ่งใดกิ่งหนึ่งต้องรีบตัดกิ่งนั้นเผาเสีย ข้อพึงระวังคือ อย่าปล่อยให้กิ่งที่เริ่มพบว่ามีอาการใบเหลือง แห้งตายคาต้น เพราะตัวหนอนจะเจาะไชจากกิ่งที่แห้งไปเจาะกิ่งสดอื่น ๆ ต่อไปได้     ถ้าพบว่ามีต้นพิกุลถูกทำลายหลายต้น เพื่อเป็นการป้องกันกำจัดให้พ่นสารกำจัดแมลง เช่น            เมธามิโดฟอส หรือ เลนเทร็กซ์ อย่างใดอย่างหนึ่งที่ลำต้นในต้นฤดูฝน

 

ที่มา


http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofinsect&id=889&view=showone&Itemid=73

http://www.dnp.go.th/fig/pests/others/misc_t.htm

http://www.thaibiodiversity.org/Life/LifeDetail.aspx?LifeID=43538