หน้าหลัก > พิพิธภัณฑ์ > ด้วงเจาะลำต้นประดู่ (Aristobia horridula)

ด้วงเจาะลำต้นประดู่ (Aristobia horridula)

Post: 02/10/2557 - By: arwut

ด้วงเจาะลำต้นประดู่

ชื่ออื่น : ด้วงหนวดปมสีน้ำตาลไหม้

ชื่อสามัญ : Hairy Tuft-bearing Longhorn

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aristobia horridula

ชื่อวงศ์ (Family) : Cerambycidae

อันดับ (Order) : Coleoptera

ชั้น (Class) : Insecta

ไฟลัม (Phylum) : Arthropoda

 

ลักษณะ :

ตัวเต็มวัยขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร มีขนพู่ที่หนวด ร่างกายมีสีน้ำตาลเข้ม มีจุดสีขาวเล็ก ๆ และกระจุกขนเล็ก ๆ กระจายทั่วปีก ตัวผู้หนวดยาวกว่าลำตัว ส่วนตัวเมียหนวดจะสั้นกว่าหรือยาวเท่ากับลำตัว

 

พืชอาหาร

- ประดู่ป่า (Pterocarpus macrocarpus)

- ประดู่บ้าน (Pterocarpus indicus)

- พะยูง (Dalbergia cochinchinensis)

- แดง (Xylia xylocarpa)

 

การระบาด :

หลังจากตัวเต็มวัยจับคู่ผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะวางไข่บริเวณเปลือกส่วนของลำต้นประดู่ ไข่มีสีขาวขุ่น รูปร่างวงรี ขนาด 4 – 7 มิลลิเมตร จุดที่วางไข่จะสังเกตเห็นยางไม้สีแดงไหลเป็นทาง เนื่องจาก ก่อนวางไข่ตัวเมียจะกัดเปลือกให้เป็นหลุมสำหรับการวางไข่ ตัวเมียวางไข่ไว้หลายจุด ๆ ละหนึ่งฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวหนอนภายใน 7 – 14 วัน ตัวหนอนที่โตเต็มที่ส่วนหัวจะกว้างประมาณ 8 มม. ยาวประมาณ 3.5-5 ซม. ตัวหนอนจะเจาะเข้าไปกินเนื้อไม้เป็นอาหารประมาณ 8 เดือน จะสังเกตเห็นขี้ขุยจำนวนมากตามโคนต้นประดู่ที่ถูกหนอนเจาะ ตัวหนอนจะกัดทำลายส่วนของ เนื้อไม้ไปในทิศทางต่างๆ เป็นรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8-1.2 ซม. เมื่อต้นประดู่ที่ถูกหนอนเจาะถูกทำลายมาก ๆ จะทรุดโทรม ใบร่วง กิ่งแห้ง และหากไม่ป้องกัน กำจัด ต้นประดู่จะยืนต้นตายในที่สุด   หลังจากนั้น ตัวหนอนเข้าดักแด้ อยู่ภายในลำต้นอีกประมาณ 1 เดือน จนเมื่อฝนตกและประดู่เริ่มแตกใบอ่อน ตัวเต็มวัยออกจากดักแด้ ปากรูที่ตัวเต็มวัยออกมักอยู่ใกล้โคนต้นหรือตามง่ามกิ่ง ปากรูมีลักษณะกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร ตัวเต็มวัยอาศัยส่วนของเปลือกตามกิ่งอ่อนและลำต้นเป็นอาหารในกรณีที่มีการระบาดรุนแรงจะพบว่าเรือนยอดโกร๋นเนื่องจากการกัดกินของตัวเต็มวัย

 

การป้องกันและกำจัด

1. ในช่วงฤดูฝนเมื่อประดู่เริ่มแตกใบอ่อน จะพบตัวเต็มวัยอยู่บนเรือนยอด โดยสังเกตได้จากส่วนของกิ่งอ่อนที่ถูกตัวเต็มวัยกัดกินตกอยู่ใต้โคนต้น เกษตรกรควรฉีดพ่นสารเคมีในแปลงปลูกให้ทั่วเพื่อกำจัดตัวเต็มวัยที่จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่ อันเป็นการช่วยลดจำนวนประชากรของแมลงชนิดนี้เข้ามาทำอันตราย และสร้างความเสียหายแก่แปลงปลูกประดู่ต่อไป สำหรับในกรณีที่ตัวหนอนเข้าทำลายแล้ว จะสังเกตขี้ขุยที่ตัวหนอนขับออกมาที่บริเวณโคนต้นได้ง่าย ให้ใช้ เมทามิโดฟอส มาลาไธออน เพอเมทริน คลอไพริฟอส อัตรา 40-80 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือตามอัตราส่วนที่บริษัทผู้ผลิตจำหน่ายกำหนด ฉีดเข้าไปในบริเวณที่พบขี้ขุยที่ตัวหนอนขับออกมา

2. เมื่อต้นประดู่มีอาการโทรมรุนแรง ส่วนใหญ่เนื้อไม้จะผุหมดแล้ว การตัดต้นประดู่ออกทั้งต้น และปลูกไม้ชนิดอื่นที่มีความทนทานมากกว่า เนื่องจากในปัจจุบันนอกจากด้วงหนวดยาวที่เข้าทำลายประดู่แล้วยังมีการระบาดของมอดเอมโบรเซียที่ทำให้ต้นประดู่เหี่ยวตายเฉียบพลัน โดยมอดชนิดนี้มีการระบาดรุนแรงเป็นสาเหตุการตายของต้นประดู่ในภาคใต้ รวมทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย

   หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามข้อมูลได้ที่ กลุ่มกีฏและสัตววิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร  โทร. 0-2579-3704, 0-2579-5583 ในเวลาราชการ

 

ที่มา

http://share.psu.ac.th/blog/marky12/13647

http://www.dnp.go.th/fig/pests/others/aristobia_t.htm

http://www2.dnp.go.th/gpbt/wp-content/uploads/2012/08/d1.pdf

http://www2.dnp.go.th/gpbt/wp-content/uploads/2012/08/sakorn787.pdf